Huawei เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษตระกูล RS Ultimate Design รุ่นใหม่ พร้อมอัปเดตตามซีรีส์ Mate 80 โดยเน้นดีไซน์ที่โดดเด่นและวัสดุระดับพรีเมียมเพื่อนำเสนอประสบการณ์ใช้งานระดับไฮเอนด์มากขึ้น
ดีไซน์ใหม่พร้อมวัสดุ Titanium และกระจก Kunlun Glass 2 รอบตัวเครื่อง
Mate 80 RS Ultimate Design เป็นรุ่นที่ถูกพัฒนามาจาก Mate 80 Pro Max โดยยังคงสเปกหลักไว้เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Tandem OLED ความสว่างสูงสุด 8,000 นิท และชิปเซ็ต Kirin 9030 Pro
ตัวเครื่องถูกปรับมาใช้เฟรม Titanium แทนโครงโลหะแบบเดิม พร้อมแผงหลัง Kunlun Glass 2 ที่ครอบคลุมถึงด้านหน้า ช่วยเพิ่มความทนทาน ทำให้น้ำหนักรวมอยู่ที่ประมาณ 249 กรัม
ด้านกล้องหน้า Huawei เลือกใช้ดีไซน์ Triple punch-hole ที่ประกอบด้วยเซนเซอร์ 3D จำนวน 2 ตัว และกล้องหลักความละเอียด 13MP

ในส่วนของแบตเตอรี่ ยังคงให้ความจุ 6,000 mAh รองรับชาร์จเร็ว 66W แบบสาย และ 50W แบบไร้สาย
ชุดกล้องหลักเหมือน Mate 80 Pro Max และสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง
รุ่นนี้ใช้ระบบกล้องหลังเหมือนกับ Mate 80 Pro Max ทั้งหมด พร้อมสแกนลายนิ้วมือแบบ capacitive ที่ติดตั้งด้านข้างตัวเครื่อง
Huawei Mate 80 RS Ultimate Design เปิดตัว 3 สี และเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนซีรีส์ RS ที่มีงานออกแบบซับซ้อนที่สุดของบริษัท
ราคาเปิดตัวในจีนและสถานะวางจำหน่ายทั่วโลก
Mate 80 RS Ultimate Design เปิดราคาที่ประเทศจีนดังนี้:
・CNY 11,999 (ประมาณ 1,694 ดอลลาร์) สำหรับรุ่น 512GB
・CNY 12,999 (ประมาณ 1,835 ดอลลาร์) สำหรับรุ่น 1TB
ทั้งสองรุ่นให้ RAM 20GB เหมือนกัน
ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการวางจำหน่ายในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย
ทิศทางของซีรีส์ RS Ultimate Design
จากข้อมูลล่าสุด Huawei ยังคงเดินหน้าใช้ซีรีส์ RS Ultimate Design เพื่อโชว์ศักยภาพด้านงานออกแบบ วัสดุ และเทคโนโลยีระดับพรีเมียม แม้จะมีข้อจำกัดด้านชิปประมวลผลเมื่อเทียบกับคู่แข่งบางรุ่น แต่การเลือกใช้วัสดุหรู วงจรกล้องขั้นสูง และงานประกอบระดับสูงช่วยให้รุ่นนี้โดดเด่นในตลาดสมาร์ทโฟนไฮเอนด์
ประเด็นสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้
Mate 80 RS Ultimate Design นำเสนอทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการดีไซน์หรูและวัสดุระดับพรีเมียม พร้อมอัปเกรดจาก Mate 80 Pro Max ทั้งด้านงานประกอบและความทนทาน แม้ราคาอยู่ในระดับสูงมาก แต่เป็นรุ่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อตลาดเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความแตกต่างชัดเจน
อ้างอิงจาก: Notebookcheck








