Redmi Note 15 Pro เปิดตัวตลาดโลก แบตเตอรี่กว่า 6,500 mAh มีทั้งรุ่น 4G และ 5G

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ตโฟนตระกูล Redmi Note 15 สำหรับตลาดโลกอย่างเป็นทางการ โดยในไลน์อัพนี้มีรุ่นระดับกลางทั้งหมด 5 รุ่น หนึ่งในนั้นคือ Redmi Note 15 Pro ซึ่งมีให้เลือกทั้งรุ่น 4G และ 5G จุดเด่นของทั้งสองรุ่นคือแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่กว่า 6,500 mAh พร้อมรองรับชาร์จเร็ว 45 W

เปิดตัว Redmi Note 15 Pro สำหรับตลาดโลก พร้อมสเปกที่แตกต่างจากรุ่นจีน

Redmi Note 15 Pro 5G เวอร์ชันตลาดโลกมาพร้อมแบตเตอรี่แบบ Si/C ความจุ 6,580 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 45 W ซึ่งมีความจุน้อยกว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในจีนซึ่งใช้แบตเตอรี่ 7,000 mAh

นอกจากแบตเตอรี่แล้ว สเปกกล้องก็มีการปรับเปลี่ยน โดยรุ่นจีนใช้กล้องหลักความละเอียด 50 MP คู่กับกล้องอัลตร้าไวด์ 8 MP ขณะที่รุ่นตลาดโลกเปลี่ยนมาใช้กล้องหลักความละเอียด 200 MP แต่ยังคงกล้องอัลตร้าไวด์ 8 MP ไว้เช่นเดิม

ในด้านประสิทธิภาพ Redmi Note 15 Pro 5G ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7400 Ultra พร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว รีเฟรชเรต 120 Hz

รุ่น 4G เพิ่มทางเลือกใหม่ ใช้ Helio G200 Ultra และจอ AMOLED 120 Hz

Redmi Note 15 Pro 4G เป็นรุ่นที่ไม่มีเวอร์ชันจีนมาก่อน และถือเป็นรุ่นใหม่ในซีรีส์นี้โดยเฉพาะ รุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 6,500 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 45 W เช่นกัน

ภายในใช้ชิปเซ็ต MediaTek Helio G200 Ultra กล้องหลังมีชุดกล้องใกล้เคียงกับรุ่น 5G แต่กล้องหน้ามีความละเอียด 32 MP ซึ่งสูงกว่ารุ่น 5G ที่ใช้กล้องหน้า 20 MP

หน้าจอของรุ่น 4G เป็น AMOLED ขนาด 6.77 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรต 120 Hz แต่มีอัตราการตอบสนองการสัมผัสที่ 240 Hz ซึ่งต่ำกว่ารุ่น 5G ที่รองรับ 480 Hz

ราคาและการวางจำหน่ายในตลาดโลก

Redmi Note 15 Pro 4G และ 5G เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในตลาดโลกแล้ว โดยรุ่น 4G มีราคาเริ่มต้นที่ 349 ยูโร ส่วนรุ่น 5G เริ่มต้นที่ 399 ยูโร ทั้งสองรุ่นมาพร้อมสเปกพื้นฐาน RAM 8 GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 256 GB

สำหรับการวางจำหน่ายในประเทศไทย ณ เวลานี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจาก Xiaomi

Redmi Note 15 Pro กับบทบาทสมาร์ตโฟนระดับกลางแบตอึด

การเปิดตัว Redmi Note 15 Pro ทั้งสองรุ่นสะท้อนให้เห็นว่า Xiaomi ยังคงเน้นจุดขายด้านแบตเตอรี่ความจุสูง หน้าจอ AMOLED รีเฟรชเรต 120 Hz และสเปกระดับกลางที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ครบถ้วน โดยผู้ใช้สามารถเลือกระหว่างรุ่น 4G หรือ 5G ตามลักษณะการใช้งานและงบประมาณของตนเอง

อ้างอิงจาก:Notebookcheck