Vivo X300 FE ผ่านการรับรอง Bluetooth SIG คาดเปิดตัวเร็วต้นปี 2026

สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่จาก Vivo อย่าง Vivo X300 FE ปรากฏชื่อในฐานข้อมูลของหน่วยงาน Bluetooth SIG เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโดยปกติแล้ว อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองในขั้นตอนนี้มักจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในเวลาประมาณหนึ่งเดือนหลังจากนั้น ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Vivo X300 FE อาจเปิดตัวในช่วงปลายเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ ปี 2026

Bluetooth SIG เผยชื่อ Vivo X300 FE และรุ่นพิเศษบางประเทศ

จากข้อมูลการรับรองของ Bluetooth SIG ระบุว่า Vivo X300 FE ใช้หมายเลขรุ่น V2537 และ V2542 นอกจากนี้ยังพบหมายเลขรุ่น Jovi V2505 ปรากฏอยู่ในรายการเดียวกันด้วย

ในกรณีของประเทศบราซิล Vivo จะใช้ชื่อแบรนด์ “Jovi” สำหรับสมาร์ตโฟนของตน เนื่องจากชื่อ “Vivo” ถูกใช้โดยผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ในประเทศนั้นอยู่แล้ว ดังนั้น Jovi X300 FE จึงเป็นเพียงรุ่นรีแบรนด์ของ Vivo X300 FE สำหรับตลาดบราซิลโดยเฉพาะ

สเปกใกล้เคียง Vivo S50 Pro Mini จากจีน

มีรายงานว่า Vivo X300 FE อาจเป็นเวอร์ชันรีแบรนด์ของ Vivo S50 Pro Mini ที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศจีน โดยรุ่นดังกล่าวมาพร้อมหน้าจอ OLED LTPO ขนาด 6.31 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K และรองรับอัตรารีเฟรชเรต 120Hz พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิกใต้หน้าจอ

ด้านซอฟต์แวร์ ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 16 บน OriginOS 6 กล้องหน้ามีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังประกอบด้วยกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซลพร้อมระบบกันสั่น OIS กล้องอัลตราไวด์ 8 ล้านพิกเซล และกล้องเทเลโฟโต้แบบเพอริสโคป 50 ล้านพิกเซล รองรับการซูมแบบออปติคอล 3 เท่า

ขุมพลังใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 5 แบตเตอรี่ความจุ 6,500mAh รองรับการชาร์จไวแบบสาย 90W และไร้สาย 40W ตัวเครื่องใช้เฟรมโลหะ และผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68/69

กำหนดการและสถานะการวางจำหน่ายในไทย

แม้จะมีข้อมูลการรับรองและสเปกจากรุ่นที่คาดว่าเป็นต้นแบบออกมาแล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปิดตัว Vivo X300 FE ในประเทศไทย รวมถึงราคาและช่วงเวลาจำหน่าย ซึ่งต้องรอการประกาศจาก Vivo อีกครั้ง

สมาร์ตโฟนระดับเรือธงขนาดกะทัดรัดที่น่าจับตา

จากข้อมูลที่ปรากฏ Vivo X300 FE ถูกวางตำแหน่งเป็นสมาร์ตโฟนระดับเรือธงที่เน้นขนาดกะทัดรัด แต่ให้สเปกครบทั้งหน้าจอคุณภาพสูง ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ หากมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปี 2026 ก็อาจเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่มองหาสมาร์ตโฟนประสิทธิภาพสูงในตัวเครื่องขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป

อ้างอิงจาก:GIZMOCHINA