Oppo เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Reno 15 Pro Max อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มวางจำหน่ายนอกประเทศจีนแล้ว และมีการทำตลาดในไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศแรก รุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งเป็นสมาร์ทโฟนระดับบนที่เน้นกล้องความละเอียดสูง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และมาตรฐานกันน้ำระดับสูง
ดีไซน์ตัวเครื่องและสเปกระดับพรีเมียมพร้อมหน้าจอ AMOLED 120Hz
Oppo Reno 15 Pro Max มีขนาดตัวเครื่อง 161.26 x 76.46 มิลลิเมตร ความบาง 7.65 มิลลิเมตร และน้ำหนักประมาณ 205 กรัม ตัวเครื่องมีให้เลือกสองสี และในขณะนี้มีวางจำหน่ายเพียงสเปกเดียว คือ RAM ขนาด 12GB แบบ LPDDR5X และพื้นที่เก็บข้อมูล 512GB มาตรฐาน UFS 3.1
หน้าจอเป็นแบบ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2,772 x 1,272 พิกเซล ให้ความสว่างสูงสุด 1,800 cd/m² รองรับอัตรารีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz และสามารถปรับลดลงเป็น 90Hz หรือ 60Hz เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน หน้าจอได้รับการป้องกันด้วยกระจก Corning Gorilla Glass

ชิปประมวลผลที่ใช้คือ MediaTek Dimensity 8450 ซึ่งเป็น SoC แบบ 8 คอร์ พร้อมโมเด็ม 5G ในตัว ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดของ Oppo
กล้องความละเอียด 200MP และมาตรฐานกันน้ำ IP69 รองรับการถ่ายใต้น้ำ
จุดเด่นสำคัญของ Reno 15 Pro Max คือชุดกล้องหลัง โดยกล้องหลักมีความละเอียด 200 ล้านพิกเซล เสริมด้วยกล้อง Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับ Optical Zoom 3.5 เท่า และกล้อง Ultra-wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล
Oppo ระบุว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ผ่านมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP69 ซึ่งทำให้สามารถใช้งานถ่ายภาพใต้น้ำได้ อย่างไรก็ตาม ควรใช้งานด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากความเสียหายเล็กน้อยที่มองไม่เห็นบนตัวเครื่องอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการกันน้ำได้
แบตเตอรี่ 6,345mAh ชาร์จเร็ว 80W และสถานะการวางจำหน่าย
แบตเตอรี่ของ Oppo Reno 15 Pro Max มีความจุ 6,345mAh และรองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 80W ช่วยลดเวลาในการชาร์จลงอย่างเห็นได้ชัด
ในไต้หวัน สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีราคาจำหน่ายประมาณ 797 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาค่อนข้างสูง สำหรับการวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ณ เวลานี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ
สมาร์ทโฟนกล้องความละเอียดสูงที่เน้นความทนทานและสเปกครบเครื่อง
Oppo Reno 15 Pro Max เป็นสมาร์ทโฟนที่รวมกล้องความละเอียดสูง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และมาตรฐานกันน้ำระดับ IP69 ไว้ในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับสเปกด้านกล้องและความทนทานของตัวเครื่อง แม้ราคาจะอยู่ในระดับสูง และยังต้องรอความชัดเจนเรื่องการทำตลาดในไทยต่อไป
อ้างอิงจาก:Notebookcheck



